Tense คืออะไร
Tense คือรูปของกริยาที่บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไร และเกิดขึ้นในลักษณะไหน ภาษาไทยบอกเวลาด้วยคำที่เติมเข้าไป เช่น เมื่อวาน กำลัง แล้ว จะ โดยตัวกริยาไม่เปลี่ยน: ฉันกิน ฉันกำลังกิน ฉันกินแล้ว ฉันจะกิน แต่ภาษาอังกฤษเปลี่ยนรูปกริยาเอง: I eat, I am eating, I have eaten, I will eat ถ้าเลือกรูปผิด ความหมายก็เปลี่ยนตาม
ข่าวดีคือ tense ทั้ง 12 แบบไม่ได้เป็นของ 12 อย่างที่ต้องจำแยกกัน แต่มาจากเวลา 3 แบบ คูณลักษณะ 4 แบบ และโครงสร้างซ้ำกันเป็นแบบแผน เข้าใจแบบแผนนี้ได้ ก็สร้าง tense ไหนก็ได้
| ลักษณะ | ความหมาย | ตัวอย่าง (ปัจจุบัน) |
|---|---|---|
| Simple (ธรรมดา) | ข้อเท็จจริง กิจวัตร หรือเหตุการณ์ทั้งเรื่อง | I work here. |
| Continuous (กำลังกระทำ) | กำลังดำเนินอยู่ ณ เวลานั้น | I am working now. |
| Perfect (สมบูรณ์) | เกิดขึ้นแล้วก่อนจุดเวลาที่พูดถึง | I have worked here for two years. |
| Perfect Continuous (สมบูรณ์กำลังกระทำ) | ทำต่อเนื่องมาจนถึงจุดเวลานั้น | I have been working all day. |
ลักษณะทั้ง 4 แบบนี้ใช้ได้กับทั้ง 3 เวลา คือ Present (ปัจจุบัน) Past (อดีต) และ Future (อนาคต) จึงได้ 3 × 4 = 12 tense
ตาราง 12 tense พร้อมโครงสร้าง
ตารางนี้สรุปโครงสร้างประโยคบอกเล่าของทั้ง 12 tense โดยใช้กริยา work ตัวเดียว จะเห็นว่าโครงสร้างในคอลัมน์เดียวกันคล้ายกันมาก
| Tense | โครงสร้าง | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Present Simple | S + V1 (s / es) | She works here. |
| Present Continuous | S + am / is / are + V-ing | She is working. |
| Present Perfect | S + have / has + V3 | She has worked here for a year. |
| Present Perfect Continuous | S + have / has been + V-ing | She has been working all day. |
| Past Simple | S + V2 | She worked late yesterday. |
| Past Continuous | S + was / were + V-ing | She was working when I called. |
| Past Perfect | S + had + V3 | She had left when I arrived. |
| Past Perfect Continuous | S + had been + V-ing | She had been working for hours. |
| Future Simple | S + will + V1 | She will help you. |
| Future Continuous | S + will be + V-ing | She will be working at nine. |
| Future Perfect | S + will have + V3 | She will have finished by six. |
| Future Perfect Continuous | S + will have been + V-ing | She will have been working here for ten years. |
แบบแผนที่ทำให้จำง่าย
- ทุก Continuous มี be + V-ing (am / is / are, was / were, will be, have been)
- ทุก Perfect มี have + V3 (have / has, had, will have)
- Perfect Continuous คือสองอย่างรวมกัน: have been + V-ing
- Future ทุกแบบขึ้นต้นด้วย will แล้วตามด้วยกริยารูปปกติเสมอ
กุญแจข้อเดียวสำหรับประโยคปฏิเสธและคำถาม: ทุก tense ยกเว้น Present Simple และ Past Simple มีกริยาช่วยอยู่แล้ว ปฏิเสธให้เติม not หลังกริยาช่วยตัวแรก คำถามให้ย้ายกริยาช่วยตัวแรกไปไว้หน้าประธาน เช่น She has finished. เป็น She has not finished. และ Has she finished? ส่วน Present Simple กับ Past Simple ใช้ do / does / did มาช่วย แล้วกริยาหลักกลับเป็นช่อง 1: She doesn't work. Did you go?
เลือก tense จากคำไทย
เวลาคิดเป็นภาษาไทยก่อนแล้วค่อยแปล คำเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าควรใช้ tense ไหน แต่ให้ใช้เป็นตัวช่วย ไม่ใช่สูตรตายตัว เพราะภาษาไทยมักละคำบอกเวลา เช่น “เมื่อวานไปตลาด” ไม่มีคำว่าแล้ว แต่ยังต้องใช้ Past Simple
| คำไทย | มักใช้ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ทุกวัน, ปกติ, เป็นประจำ | Present Simple | ปกติฉันตื่นหกโมง I usually get up at six. |
| กำลัง | Continuous | เขากำลังอาบน้ำ He is taking a shower. |
| เมื่อวาน, เมื่อ … ที่แล้ว, … ที่ผ่านมา | Past Simple | เราไปกระบี่เมื่อปีที่แล้ว We went to Krabi last year. |
| เคย (ไม่บอกเวลา) | Present Perfect | ฉันเคยกินทุเรียน I have eaten durian. |
| เพิ่ง | Present Perfect + just | เขาเพิ่งกลับบ้าน He has just gone home. |
| … หรือยัง, ยังไม่ได้ … | Present Perfect + yet | ส่งงานหรือยัง Have you sent the report yet? |
| … มา … แล้ว (ระยะเวลา) | Present Perfect (Continuous) + for / since | ฉันเรียนเปียโนมาสามปีแล้ว I have been learning the piano for three years. |
| … ไปแล้ว ก่อนที่ … | Past Perfect | รถไฟออกไปแล้วก่อนเราไปถึง The train had left before we arrived. |
| จะ | will / be going to | เดี๋ยวฉันช่วยเอง I'll help you. |
| ภายใน …, พอถึง … ก็จะ … แล้ว | Future Perfect | ภายในศุกร์นี้ฉันจะทำเสร็จ I will have finished by Friday. |
Present: tense ปัจจุบัน 4 แบบ
Present Simple (ปัจจุบันกาลธรรมดา)
S + V1 ถ้าประธานเป็น he, she, it หรือคนเดียว สิ่งเดียว ให้เติม s หรือ es ที่กริยา ใช้กับกิจวัตร ความจริงทั่วไป ตารางเวลาที่กำหนดไว้ และความรู้สึกหรือสภาพที่เป็นอยู่
- My mum drinks coffee every morning.
- The sun rises in the east.
- The film starts at eight.
ปฏิเสธและคำถามใช้ do / does แล้วกริยากลับเป็นช่อง 1: She doesn't eat pork. Does he speak Thai?
Present Continuous (ปัจจุบันกาลกำลังกระทำ)
S + am / is / are + V-ing ใช้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนพูด สิ่งที่เป็นชั่วคราวช่วงนี้ และนัดหมายที่จัดไว้แล้ว
- Shh! The kids are sleeping.
- I'm working nights this month.
- We're having dinner with Ploy on Friday.
ระวังกริยาบอกสภาพหรือความรู้สึก (stative verbs) เช่น know, like, want, need, understand ซึ่งมักไม่ใช้รูป -ing แม้จะพูดถึงตอนนี้: I know the answer ไม่ใช่ I am knowing
Present Perfect (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์)
S + have / has + V3 ใช้เชื่อมอดีตกับตอนนี้ ได้แก่ ประสบการณ์ (เคย ไม่เคย) เหตุการณ์ในอดีตที่ผลยังอยู่ตอนนี้ และสิ่งที่เริ่มในอดีตแล้วยังเป็นอยู่ มักมาคู่กับ ever, never, just, already, yet, for, since
- Have you ever been to Nan?
- I've broken my glasses, so I can't read this.
- She has worked here since 2019.
ถ้ามีคำบอกเวลาที่จบไปแล้ว เช่น yesterday, last year, two days ago ให้ใช้ Past Simple แทน
Present Perfect Continuous (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์กำลังกระทำ)
S + have / has + been + V-ing ใช้กับสิ่งที่ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ เน้นว่าทำมานานแค่ไหน หรือเพิ่งหยุดทำแต่ยังเห็นผลอยู่
- I've been waiting for the bus for half an hour.
- You look tired. Have you been working late?
Past: tense อดีต 4 แบบ
Past Simple (อดีตกาลธรรมดา)
S + V2 ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบแล้วในอดีต มักบอกเวลาชัดเจน กริยาปกติเติม -ed ส่วนกริยาไม่ปกติต้องจำ เช่น go เป็น went และ buy เป็น bought ปฏิเสธและคำถามใช้ did แล้วกริยากลับเป็นช่อง 1
- We moved to Chiang Rai in 2020.
- I didn't sleep well last night.
- Did you watch the match?
Past Continuous (อดีตกาลกำลังกระทำ)
S + was / were + V-ing ใช้กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ณ เวลาหนึ่งในอดีต มักคู่กับเหตุการณ์สั้นๆ ที่เข้ามาแทรก ซึ่งใช้ Past Simple
- I was walking home when it started to rain.
- At nine last night, we were watching a film.
Past Perfect (อดีตกาลสมบูรณ์)
S + had + V3 ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต หรือ “อดีตของอดีต”
- When we got to the cinema, the film had already started.
- She had never seen snow before that trip.
Past Perfect Continuous (อดีตกาลสมบูรณ์กำลังกระทำ)
S + had been + V-ing ใช้บอกว่าทำอะไรต่อเนื่องมานานแค่ไหน จนถึงเวลาหนึ่งในอดีต หรืออธิบายสาเหตุของสภาพในอดีต
- He had been driving for six hours when he finally stopped.
- The ground was wet because it had been raining.
Future: tense อนาคต 4 แบบ และ be going to
Future Simple (อนาคตกาลธรรมดา)
S + will + V1 ใช้เมื่อตัดสินใจตอนพูด คาดเดาจากความคิดเห็น สัญญา เสนอความช่วยเหลือ และขอร้อง
- The phone's ringing. I'll get it.
- I think it will be a good day.
- I won't tell anyone, I promise.
Future Continuous (อนาคตกาลกำลังกระทำ)
S + will be + V-ing ใช้กับสิ่งที่จะกำลังทำอยู่ ณ เวลาหนึ่งในอนาคต เหมาะกับการบอกว่าตอนนั้นจะไม่ว่าง หรือถามแผนของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ
- At ten tomorrow, I'll be taking an exam.
- Will you be using your laptop tonight?
Future Perfect (อนาคตกาลสมบูรณ์)
S + will have + V3 ใช้บอกว่าบางอย่างจะเสร็จแล้ว ก่อนถึงเวลาหนึ่งในอนาคต มักมาคู่กับ by หรือ by the time
- By the end of the year, we will have paid off the loan.
- By the time you get up, I'll have left.
Future Perfect Continuous (อนาคตกาลสมบูรณ์กำลังกระทำ)
S + will have been + V-ing ใช้บอกว่าจะทำอะไรต่อเนื่องมานานเท่าไร เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต tense นี้เจอน้อยในชีวิตประจำวัน มักใช้ตอนอยากเน้นตัวเลขระยะเวลา
- By next May, I will have been teaching for twenty years.
be going to และ Present Continuous สำหรับอนาคต
ภาษาไทยใช้คำว่า “จะ” คำเดียว แต่ภาษาอังกฤษเลือกตามว่าตัดสินใจเมื่อไร และมีหลักฐานหรือนัดหมายแล้วหรือยัง
| รูป | ใช้เมื่อ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| will + V1 | ตัดสินใจตอนพูด คาดเดา สัญญา เสนอ | I'll call you back. |
| be going to + V1 | แผนที่ตัดสินใจไว้ก่อน หรือเห็นหลักฐานตรงหน้า | We're going to paint the kitchen. Watch out, you're going to fall! |
| Present Continuous | นัดหมายที่จัดไว้แล้ว มีเวลาและสถานที่ | I'm seeing the doctor at four. |
| Present Simple | ตารางเวลาที่กำหนดไว้ | The ferry leaves at 9:30. |
รูปกริยา V1 V2 V3 และ V-ing
ทุก tense สร้างจากรูปกริยาไม่กี่แบบ: V1 รูปปกติ (go) V2 รูปอดีต (went) V3 ใช้หลัง have / has / had (gone) และ V-ing ใช้หลัง be (going) กริยาปกติมี V2 และ V3 เหมือนกัน คือเติม -ed ส่วนกริยาไม่ปกติต้องจำทีละตัว วิธีที่เร็วที่สุดคือจำเป็นกลุ่มที่รูปคล้ายกัน
| กลุ่ม | ตัวอย่าง (V1 V2 V3) |
|---|---|
| เหมือนกันทั้ง 3 ช่อง | cut cut cut, put put put, hit hit hit |
| ช่อง 2 กับช่อง 3 เหมือนกัน | buy bought bought, think thought thought, teach taught taught |
| สระเปลี่ยน i a u | sing sang sung, drink drank drunk, swim swam swum |
| ช่อง 3 ลงท้าย -n หรือ -en | take took taken, speak spoke spoken, write wrote written |
กฎการเติมท้ายที่ควรรู้: ลงท้าย s, sh, ch, x, o เติม -es (watches, goes) พยัญชนะ + y เปลี่ยนเป็น -ies และ -ied (studies, studied) ลงท้าย e ตัด e ก่อนเติม -ing (make, making) และคำสั้นที่มีสระตัวเดียวกับตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกด (stop, stopped, run, running)
tense ที่คนไทยสับสนบ่อย
Present Simple กับ Present Continuous
ถามตัวเองว่า “ทำเป็นประจำ” หรือ “กำลังทำอยู่ช่วงนี้” I work in a bank คืองานประจำ ส่วน I'm working from home this week คือชั่วคราวเฉพาะสัปดาห์นี้
Past Simple กับ Present Perfect
คู่นี้แปลเป็นไทยเหมือนกันได้ ให้ดูว่าบอกเวลาที่จบแล้วไหม I lost my phone yesterday บอกเวลาชัดเจน ใช้ Past Simple ส่วน I've lost my phone ไม่บอกเวลา และสื่อว่าตอนนี้ยังหาไม่เจอ ในภาษาพูดแบบอเมริกันมักใช้ Past Simple กับ just, already, yet ได้ แต่ในข้อสอบและงานเขียนทั่วไป ใช้ Present Perfect ปลอดภัยที่สุด
Past Simple กับ Past Perfect
When I arrived, Tom left. แปลว่าฉันมาถึงแล้วเขาจึงกลับ แต่ When I arrived, Tom had left. แปลว่าเขากลับไปก่อนฉันมาถึง ต่างกันแค่ had แต่ลำดับเหตุการณ์ตรงข้ามกัน ถ้าเล่าเรียงตามลำดับอยู่แล้ว ใช้ Past Simple ก็พอ
for กับ since
for ตามด้วยช่วงเวลา (for two hours, for ten years) ส่วน since ตามด้วยจุดเริ่มต้น (since Monday, since I was a child) ทั้งคู่มักใช้กับ Present Perfect หรือ Present Perfect Continuous ไม่ใช่ Present Simple: I have lived here for five years ไม่ใช่ I live here for five years
ลองก่อนฟรี: ตาราง 12 tense และบท Present Perfect
ตัวอย่าง 3 หน้าจากเล่มจริง มีปก หน้าอธิบาย Present Perfect พร้อมเส้นเวลา ตัวอย่าง และจุดที่คนไทยผิดบ่อย และตาราง 12 tense ในหน้าเดียว ดาวน์โหลดแล้วพิมพ์ได้ทันที
ไฟล์ PDF พิมพ์ได้ ไม่ต้องสมัครหรือกรอกอีเมล
แบบฝึกหัด tense 10 ข้อ พร้อมเฉลย
เติมกริยาในวงเล็บให้ถูกรูป แล้วกดดูเฉลยทีละข้อ
- My sister ____ (live) in Khon Kaen.
ดูเฉลย
lives ข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ ประธานเอกพจน์เติม s
- Hurry up! The bus ____ (come).
ดูเฉลย
is coming กำลังเกิดขึ้นตอนนี้
- We ____ (go) to Krabi last December.
ดูเฉลย
went last December บอกเวลาที่จบแล้ว
- I ____ (never / eat) sushi.
ดูเฉลย
have never eaten ประสบการณ์ ไม่บอกเวลา
- She ____ (cook) when I got home.
ดูเฉลย
was cooking กำลังทำอยู่ แล้วมีเหตุการณ์แทรก
- The bank ____ (already / close) when I got there.
ดูเฉลย
had already closed ธนาคารปิดก่อนฉันไปถึง
- I ____ (call) you tomorrow, I promise.
ดูเฉลย
will call คำสัญญา ใช้ will
- Watch out! That glass ____ (fall).
ดูเฉลย
is going to fall เห็นหลักฐานตรงหน้าว่ากำลังจะเกิด
- I ____ (wait) here for 30 minutes. Where are you?
ดูเฉลย
have been waiting รอต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ และยังรออยู่
- This time next week, we ____ (sit) on a beach in Phuket.
ดูเฉลย
will be sitting จะกำลังทำอยู่ ณ เวลาที่ระบุในอนาคต
ได้ 8 ข้อขึ้นไปถือว่าพื้นฐานแน่นแล้ว ถ้าผิดข้อไหน ให้กลับไปอ่านหัวข้อ tense นั้นอีกครั้ง แล้วลองแต่งประโยคของตัวเองอีก 3 ประโยค
วิธีเรียน tense ให้จำได้จริง
- เริ่มจาก 5 tense ที่ใช้บ่อยที่สุด คือ Present Simple, Present Continuous, Past Simple, Present Perfect และ will ห้าตัวนี้ครอบคลุมประโยคส่วนใหญ่ในชีวิตจริง ที่เหลือค่อยตามมาทีละบท
- เรียนทีละ tense แต่ฝึกเทียบกันเป็นคู่ ความสับสนส่วนใหญ่เกิดจากคู่ที่หน้าตาคล้ายกัน การทำแบบฝึกที่ปนสองตัวในหน้าเดียวช่วยให้แยกออกเร็วที่สุด
- วาดเส้นเวลา ก่อนเลือก tense ให้ถามว่าเรื่องนี้อยู่ตรงไหนบนเส้นเวลา และผู้พูดมองเป็นจุด เป็นช่วง หรือเป็นสิ่งที่เสร็จก่อนจุดหนึ่ง
- ทำแบบฝึกโดยไม่เปิดเฉลย แล้วอ่านเหตุผล การรู้ว่าข้อนี้ผิดเพราะอะไร สำคัญกว่าการรู้คำตอบ
- กลับมาทำข้อที่ผิดอีกครั้งในอีก 2–3 วัน การทบทวนเป็นระยะช่วยให้จำได้นานกว่าการอ่านรวดเดียว
- แต่งประโยคเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง ประโยคที่เป็นเรื่องของเราเองจำได้ง่ายกว่าประโยคในหนังสือเสมอ
ดูคู่มือภาษาเล่มอื่นได้ที่หมวด ภาษา หรือดาวน์โหลดตัวอย่างฟรีจากทุกเล่ม

