สรุปสั้น: พินอินคืออะไร
พินอิน (拼音 pīnyīn) คือระบบเขียนเสียงภาษาจีนกลางด้วยตัวอักษรโรมัน ใช้บอกว่าอักษรจีนแต่ละตัวออกเสียงอย่างไร เด็กจีนเรียนพินอินก่อนเรียนอักษรจีน ผู้เรียนต่างชาติใช้พินอินเป็นประตูแรกของการออกเสียง และทุกคนใช้พินอินเปิดพจนานุกรมและพิมพ์อักษรจีนบนคอมพิวเตอร์และมือถือ
พินอินมีพยัญชนะต้น 23 ตัว (รวม y และ w) สระ 36 ตัว และวรรณยุกต์ 4 เสียงกับเสียงเบา เมื่อประกอบกันจะได้พยางค์ที่ใช้จริงประมาณ 400 พยางค์ (ไม่นับวรรณยุกต์) อักษรจีนทุกตัวอ่านเป็นพยางค์ใดพยางค์หนึ่งในตารางนี้ ถ้าอ่านพินอินได้ ก็อ่านออกเสียงคำจีนได้ทุกคำแม้ยังไม่รู้จักตัวอักษร ผู้เริ่มต้นที่ฝึกทุกวัน วันละ 20–30 นาที อ่านพินอินได้ครบภายในประมาณ 3 สัปดาห์
เรื่องคำอ่านภาษาไทย: ภาษาจีนกลางมีหลายเสียงที่ภาษาไทยไม่มี คำอ่านไทยในบทความนี้จึงเป็นเสียงใกล้เคียงเพื่อให้เริ่มได้เร็ว ไม่ใช่เสียงจริงทุกประการ ทุกครั้งที่คำอ่านไทยไม่ตรงกับคำอธิบายวิธีวางปากและลิ้น ให้เชื่อพินอิน คำอธิบาย และเส้นเสียง และฟังเสียงจริงจากครูหรือเจ้าของภาษาเมื่อมีโอกาส
1 พยางค์ = พยัญชนะต้น + สระ + วรรณยุกต์
อักษรจีน 1 ตัวคือ 1 พยางค์ และพินอิน 1 พยางค์มีได้ 3 ส่วน เหมือนการประสมคำในภาษาไทย
- mพยัญชนะต้น+aสระ+เสียง 1วรรณยุกต์=mā妈 แม่
- zhพยัญชนะต้น+ongสระ+เสียง 1วรรณยุกต์=zhōng中 กลาง
- xพยัญชนะต้น+ueสระ+เสียง 2วรรณยุกต์=xué学 เรียน
บางพยางค์ไม่มีพยัญชนะต้น เช่น ài 爱 (รัก) ō 噢 และ ěr 耳 (หู) ส่วนพยางค์ที่ขึ้นต้นด้วย i u ü จะเขียน y หรือ w ไว้ข้างหน้าแทน เช่น yī 一 (หนึ่ง) wǔ 五 (ห้า) yú 鱼 (ปลา) ดูรายละเอียดในหัวข้อกฎการสะกด
พินอินไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ตัวอักษรหน้าตาเหมือนกัน แต่หลายตัวแทนเสียงคนละเสียง: q อ่านคล้าย ช (พ่นลม) x คล้าย ซ c คล้าย ช ที่ปลายลิ้นแตะหลังฟัน zh คล้าย จ แบบม้วนลิ้น และ e อ่านคล้าย เออ ถ้าอ่านพินอินแบบภาษาอังกฤษจะผิดเกือบทุกคำ
วรรณยุกต์จีน 4 เสียง และเสียงเบา
วรรณยุกต์ภาษาจีนเขียนเป็นเครื่องหมายบนสระ ใช้แยกความหมายเหมือนวรรณยุกต์ไทย ภาษาจีนกลางแบ่งระดับเสียงเป็น 5 ระดับ 1 คือต่ำสุด 5 คือสูงสุด เส้นในแผนภาพแสดงทางเดินของเสียงตั้งแต่ต้นจนจบพยางค์
| เส้นเสียง | เสียง | ลักษณะ | เทียบเสียงไทย (ใกล้เคียง) | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|---|
| เสียง 1 ˉ 阴平 | สูง ราบ ค้างไว้ (5–5) | มา แต่สูงกว่าเสียงสามัญของไทย | mā 妈 แม่ | |
| เสียง 2 ˊ 阳平 | จากกลางขึ้นสูง (3–5) | หมา (จัตวา) แต่ขึ้นตรงๆ ไม่ลงก่อน | má 麻 ป่าน | |
| เสียง 3 ˇ 上声 | ต่ำ ลงแล้วขึ้น (2–1–4) | หม่า (เอก) ในคำพูดส่วนใหญ่เหลือแค่ส่วนต่ำ | mǎ 马 ม้า | |
| เสียง 4 ˋ 去声 | ตกจากสูงลงต่ำสุด (5–1) | ม่า (โท) แต่ตกลึกและเร็วกว่า | mà 骂 ด่า | |
| เสียงเบา 轻声 | สั้น เบา ไม่มีเครื่องหมาย | ระดับเสียงขึ้นกับพยางค์ก่อนหน้า | ma 吗 คำถาม |
ตัวอย่างที่ครูภาษาจีนใช้กันมากคือ mā má mǎ mà ซึ่งใกล้กับ มา หมา หม่า ม่า ของไทย สี่คำนี้หมายถึง แม่ ป่าน ม้า และด่า ตามลำดับ เพราะฉะนั้นถ้าวรรณยุกต์ผิด ความหมายก็เปลี่ยน
- เสียง 1 ต้องสูงกว่าที่คิด คนไทยมักพูดเสียง 1 เท่ากับเสียงสามัญ ซึ่งต่ำไป ให้ยกเสียงขึ้นเกือบสุดแล้วค้างไว้ตลอดพยางค์
- เสียง 2 ขึ้นตรงๆ เสียงจัตวาไทยลงเล็กน้อยก่อนขึ้น แต่เสียง 2 เริ่มจากกลางแล้วขึ้นเลย คล้ายถามว่า “หา?”
- เสียง 3 เต็มเสียงใช้น้อย จะลงแล้วเชิดขึ้นครบเมื่ออ่านคำเดี่ยวหรืออยู่ท้ายประโยค ในคำส่วนใหญ่พูดแค่ส่วนต่ำ (ดูเสียงเปลี่ยน)
- เสียง 4 ตกให้สุด เหมือนออกคำสั่งสั้นๆ หนักแน่น ตกจากระดับสูงสุดลงถึงต่ำสุด
พยัญชนะจีน 23 ตัว พร้อมเสียงไทยใกล้เคียง
พยัญชนะภาษาจีน (声母) มี 21 ตัว และเมื่อนับ y กับ w ที่ใช้นำหน้าพยางค์ด้วยจะเป็น 23 ตัว ครูจะอ่านพยัญชนะแต่ละตัวโดยเติมสระให้ เช่น b อ่านว่า bo และ j อ่านว่า ji คอลัมน์ “อ่านว่า” คือชื่อตัวที่ใช้ท่อง
| พยัญชนะ | อ่านว่า | เสียงไทยใกล้เคียง | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| ริมฝีปาก | |||
| b | bo | ป ไม่พ่นลม | bā 八 แปด |
| p | po | พ พ่นลม | pà 怕 กลัว |
| m | mo | ม | māma 妈妈 แม่ |
| f | fo | ฟ | fàn 饭 ข้าว อาหาร |
| ปลายลิ้นแตะเหงือก | |||
| d | de | ต ไม่พ่นลม | dà 大 ใหญ่ |
| t | te | ท พ่นลม | tā 他 เขา (ผู้ชาย) |
| n | ne | น | nǐ 你 คุณ เธอ |
| l | le | ล | lái 来 มา |
| โคนลิ้น | |||
| g | ge | ก ไม่พ่นลม | gēge 哥哥 พี่ชาย |
| k | ke | ค พ่นลม | kàn 看 ดู มอง |
| h | he | ฮ | hǎo 好 ดี |
| ลิ้นแบน | |||
| j | ji | จ ไม่พ่นลม | jiā 家 บ้าน ครอบครัว |
| q | qi | ช (พ่นลม) พ่นลม | qī 七 เจ็ด |
| x | xi | ซ (ลิ้นแบน) | xièxie 谢谢 ขอบคุณ |
| ม้วนลิ้น | |||
| zh | zhi | จ (ม้วนลิ้น) ไม่พ่นลม | zhōng 中 กลาง |
| ch | chi | ช (ม้วนลิ้น) พ่นลม | chī 吃 กิน |
| sh | shi | ซ (ม้วนลิ้น) | shū 书 หนังสือ |
| r | ri | ร (ม้วนลิ้น ไม่รัว) | rè 热 ร้อน |
| ลิ้นแตะหลังฟัน | |||
| z | zi | จ (ลิ้นแตะฟัน) ไม่พ่นลม | zài 在 อยู่ ที่ |
| c | ci | ช (ลิ้นแตะฟัน พ่นลม) พ่นลม | cài 菜 ผัก กับข้าว |
| s | si | ซ | sān 三 สาม |
| นำหน้าสระ | |||
| y | yi | ย | yī 一 หนึ่ง |
| w | wu | ว | wǒ 我 ฉัน ผม |
คู่ไม่พ่นลม–พ่นลม: จุดที่ต่างจากภาษาไทยมากที่สุด
ภาษาจีนกลางแยกเสียงด้วยลมที่พ่นออกมา ไม่ได้แยกด้วยเสียงก้องแบบ บ ด ของไทย b d g คือ ป ต ก (ไม่พ่นลม) ส่วน p t k คือ พ ท ค (พ่นลม) ลองถือกระดาษบางๆ ไว้หน้าปาก พูด bā กระดาษแทบไม่ขยับ พูด pā กระดาษต้องไหวชัด
| ตำแหน่ง | ไม่พ่นลม | พ่นลม |
|---|---|---|
| ริมฝีปาก | b ≈ ป | p ≈ พ |
| ปลายลิ้น | d ≈ ต | t ≈ ท |
| โคนลิ้น | g ≈ ก | k ≈ ค |
| ลิ้นแบน | j ≈ จ | q ≈ ช พ่นลม |
| ม้วนลิ้น | zh ≈ จ ม้วนลิ้น | ch ≈ ช ม้วนลิ้น |
| ลิ้นแตะหลังฟัน | z ≈ จ ลิ้นแตะฟัน | c ≈ ช ลิ้นแตะฟัน พ่นลม |
j q x · zh ch sh r · z c s
ภาษาไทยมีแค่ จ ช ซ แต่ภาษาจีนแยกเป็น 3 ชุดตามตำแหน่งลิ้น j q x ลิ้นแบนแตะเพดานด้านหน้า ฉีกยิ้ม และตามด้วย i หรือ ü เท่านั้น zh ch sh r ยกปลายลิ้นขึ้นแตะเพดานด้านหลังเหงือก z c s ปลายลิ้นอยู่หลังฟันบน ฝึกอ่านสลับ jī–zhī–zī, qī–chī–cī, xī–shī–sī จนรู้สึกว่าลิ้นอยู่คนละที่
สระภาษาจีน 36 ตัว
สระภาษาจีน (韵母) ในพินอินนับได้ 36 ตัว แบ่งเป็นสระเดี่ยว สระผสม สระที่มีเสียง n หรือ ng ท้าย และสระที่ขึ้นต้นด้วย i u ü บางตำรานับต่างไปเล็กน้อย เช่น ไม่นับ er หรือนับ ê ด้วย แต่เสียงที่ต้องรู้เป็นชุดเดียวกัน
| สระ | เสียงไทยใกล้เคียง | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| สระเดี่ยว | ||
| a | อา | mā 妈 แม่ |
| o | (อู)+โอ | bō 波 คลื่น |
| e | เออ | è 饿 หิว |
| i | อี | mǐ 米 ข้าวสาร |
| u | อู | shū 书 หนังสือ |
| ü | อวี | nǚ 女 ผู้หญิง |
| er | เออร์ | èr 二 สอง |
| สระผสม | ||
| ai | ไอ | ài 爱 รัก |
| ei | เอย | měi 美 สวย |
| ao | เอา | hǎo 好 ดี |
| ou | โอว | gǒu 狗 สุนัข |
| ขึ้นต้นด้วย i | ||
| ia | อี+อา | jiā 家 บ้าน |
| ie | อี+เอ | jiějie 姐姐 พี่สาว |
| iao | อี+เอา | xiǎo 小 เล็ก |
| iu | อี+โอว | liù 六 หก |
| ian | อี+เอน | tiān 天 ฟ้า วัน |
| in | อิน | xīn 心 หัวใจ |
| iang | อี+อัง | liǎng 两 สอง (จำนวน) |
| ing | อิง | xīng 星 ดาว |
| iong | อี+อง | xióng 熊 หมี |
| ขึ้นต้นด้วย u | ||
| ua | อู+อา | huā 花 ดอกไม้ |
| uo | อู+โอ | guó 国 ประเทศ |
| uai | อู+ไอ | kuài 快 เร็ว |
| ui | อู+เอย | shuǐ 水 น้ำ |
| uan | อู+อัน | wǎn 晚 ค่ำ ดึก |
| un | อู+เอิน | chūn 春 ฤดูใบไม้ผลิ |
| uang | อู+อัง | huáng 黄 สีเหลือง |
| ueng | อู+เอิง | wēng 翁 ชายชรา |
| ขึ้นต้นด้วย ü | ||
| üe | อวี+เอ | xué 学 เรียน |
| üan | อวี+เอน | yuǎn 远 ไกล |
| ün | อวิน | yún 云 เมฆ |
| มีเสียง n หรือ ng ท้าย | ||
| an | อัน | sān 三 สาม |
| en | เอิน | rén 人 คน |
| ang | อัง | máng 忙 ยุ่ง |
| eng | เอิง | lěng 冷 หนาว |
| ong | อง | hóng 红 สีแดง |
- e คือ เออ ไม่ใช่ เอ hē 喝 ≈ เฮอ, gē 哥 ≈ เกอ ยกเว้นใน ie üe ei ที่ออกเสียงใกล้ เอ
- ü ไม่มีในภาษาไทย ทำปากจู๋เหมือนจะพูด อู แต่ลิ้นอยู่ตำแหน่ง อี แล้วค้างปากไว้ตลอดเสียง
- i หลัง zh ch sh r z c s ไม่ใช่ อี zhī chī shī rì zì cí sì ใช้เสียงคล้าย อือ ที่ลิ้นอยู่ท่าเดียวกับพยัญชนะ
- n กับ ng ท้ายต้องแยกให้ได้ an–ang, en–eng, in–ing เป็นคู่ที่แยกความหมาย เช่น fàn 饭 ข้าว กับ fàng 放 วาง
ตารางพินอินภาษาจีน ครบทุกพยางค์
ตารางนี้รวมพยางค์พินอินที่ใช้จริงในภาษาจีนกลาง 401 พยางค์ แถวคือสระ คอลัมน์คือพยัญชนะต้น ช่องว่างคือเสียงที่ไม่มีในภาษาจีนกลาง ช่อง “–” คือพยางค์ที่ไม่มีพยัญชนะต้น ซึ่งเขียนตามกฎการสะกด (เช่น i เขียนเป็น yi) แถว -i คือเสียง อือ หลัง zh ch sh r z c s และสังเกตว่า j q x อยู่ในแถว ü เสมอ (ju = j + ü) ไม่เคยอยู่ในแถว u
| สระ | – | b | p | m | f | d | t | n | l | g | k | h |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| a | a | ba | pa | ma | fa | da | ta | na | la | ga | ka | ha |
| o | o | bo | po | mo | fo | |||||||
| e | e | me | de | te | ne | le | ge | ke | he | |||
| er | er | |||||||||||
| ai | ai | bai | pai | mai | dai | tai | nai | lai | gai | kai | hai | |
| ei | ei | bei | pei | mei | fei | dei | nei | lei | gei | hei | ||
| ao | ao | bao | pao | mao | dao | tao | nao | lao | gao | kao | hao | |
| ou | ou | pou | mou | fou | dou | tou | lou | gou | kou | hou | ||
| an | an | ban | pan | man | fan | dan | tan | nan | lan | gan | kan | han |
| en | en | ben | pen | men | fen | nen | gen | ken | hen | |||
| ang | ang | bang | pang | mang | fang | dang | tang | nang | lang | gang | kang | hang |
| eng | beng | peng | meng | feng | deng | teng | neng | leng | geng | keng | heng | |
| ong | dong | tong | nong | long | gong | kong | hong | |||||
| -i | ||||||||||||
| i | yi | bi | pi | mi | di | ti | ni | li | ||||
| ia | ya | dia | lia | |||||||||
| ie | ye | bie | pie | mie | die | tie | nie | lie | ||||
| iao | yao | biao | piao | miao | diao | tiao | niao | liao | ||||
| iu | you | miu | diu | niu | liu | |||||||
| ian | yan | bian | pian | mian | dian | tian | nian | lian | ||||
| in | yin | bin | pin | min | nin | lin | ||||||
| iang | yang | niang | liang | |||||||||
| ing | ying | bing | ping | ming | ding | ting | ning | ling | ||||
| iong | yong | |||||||||||
| u | wu | bu | pu | mu | fu | du | tu | nu | lu | gu | ku | hu |
| ua | wa | gua | kua | hua | ||||||||
| uo | wo | duo | tuo | nuo | luo | guo | kuo | huo | ||||
| uai | wai | guai | kuai | huai | ||||||||
| ui | wei | dui | tui | gui | kui | hui | ||||||
| uan | wan | duan | tuan | nuan | luan | guan | kuan | huan | ||||
| un | wen | dun | tun | lun | gun | kun | hun | |||||
| uang | wang | guang | kuang | huang | ||||||||
| ueng | weng | |||||||||||
| ü | yu | nü | lü | |||||||||
| üe | yue | nüe | lüe | |||||||||
| üan | yuan | |||||||||||
| ün | yun |
| สระ | j | q | x | zh | ch | sh | r | z | c | s |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| a | zha | cha | sha | za | ca | sa | ||||
| e | zhe | che | she | re | ze | ce | se | |||
| ai | zhai | chai | shai | zai | cai | sai | ||||
| ei | shei | zei | ||||||||
| ao | zhao | chao | shao | rao | zao | cao | sao | |||
| ou | zhou | chou | shou | rou | zou | cou | sou | |||
| an | zhan | chan | shan | ran | zan | can | san | |||
| en | zhen | chen | shen | ren | zen | cen | sen | |||
| ang | zhang | chang | shang | rang | zang | cang | sang | |||
| eng | zheng | cheng | sheng | reng | zeng | ceng | seng | |||
| ong | zhong | chong | rong | zong | cong | song | ||||
| -i | zhi | chi | shi | ri | zi | ci | si | |||
| i | ji | qi | xi | |||||||
| ia | jia | qia | xia | |||||||
| ie | jie | qie | xie | |||||||
| iao | jiao | qiao | xiao | |||||||
| iu | jiu | qiu | xiu | |||||||
| ian | jian | qian | xian | |||||||
| in | jin | qin | xin | |||||||
| iang | jiang | qiang | xiang | |||||||
| ing | jing | qing | ||||||||
| iong | jiong | qiong | xiong | |||||||
| u | zhu | chu | shu | ru | zu | cu | su | |||
| ua | zhua | shua | ||||||||
| uo | zhuo | chuo | shuo | ruo | zuo | cuo | suo | |||
| uai | zhuai | chuai | shuai | |||||||
| ui | zhui | chui | shui | rui | zui | cui | sui | |||
| uan | zhuan | chuan | shuan | ruan | zuan | cuan | suan | |||
| un | zhun | chun | shun | run | zun | cun | sun | |||
| uang | zhuang | chuang | shuang | |||||||
| ü | ju | qu | xu | |||||||
| üe | jue | que | xue | |||||||
| üan | juan | quan | xuan | |||||||
| ün | jun | qun | xun |
ไม่ต้องท่องตารางทั้งแผ่น ใช้ตารางนี้ตรวจว่าพยางค์ที่สะกดมีอยู่จริงหรือไม่ และหาคำที่อ่านคล้ายกันเพื่อฝึกเทียบเสียง
วางเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรงไหน
เครื่องหมายวรรณยุกต์อยู่บนสระเสมอ เมื่อพยางค์มีสระหลายตัว ใช้ 3 ข้อนี้ตามลำดับ
- มี a หรือ e ใส่บน a หรือ e hǎo 好 · guāi 乖 · měi 美 · xué 学 · jiā 家
- มี ou ใส่บน o dōu 都 · gǒu 狗 · ròu 肉
- นอกนั้นใส่บนสระตัวหลัง guó 国 · liù 六 · guì 贵 · shuǐ 水 · duō 多
| คำ | ถูก | ผิดบ่อย |
|---|---|---|
| 六 หก | liù | lìu |
| 贵 แพง | guì | gùi |
| 水 น้ำ | shuǐ | shǔi |
| 好 ดี | hǎo | haǒ |
| 多 มาก | duō | dūo |
เมื่อใส่เครื่องหมายบน i ให้ตัดจุดออกแล้ววางเครื่องหมายแทน (yī nǐ lǐ) ส่วน ü ให้คงจุดไว้แล้ววางเครื่องหมายเหนือจุด (nǚ lǜ) และถ้าพยางค์หลังขึ้นต้นด้วย a o e ให้ใส่เครื่องหมาย ' คั่น เช่น Xī'ān 西安 (เมืองซีอาน 2 พยางค์) ไม่ใช่ xiān 先 (ก่อน 1 พยางค์)
กฎการสะกด y w ü iu ui un
พินอินเขียนบางเสียงสั้นลงหรือเปลี่ยนรูป เพื่อให้อ่านง่ายและไม่สับสน กฎทั้งหมดมีแค่ 4 ข้อ
- ไม่มีพยัญชนะต้น ขึ้นต้นด้วย i เปลี่ยน i เป็น y (ia → ya, ie → ye, iao → yao, iou → you) หรือเติม y หน้า i ที่อยู่ตัวเดียว (i → yi, in → yin, ing → ying)
- ไม่มีพยัญชนะต้น ขึ้นต้นด้วย u เปลี่ยน u เป็น w (ua → wa, uo → wo, uei → wei, uen → wen) หรือ u ตัวเดียวเป็น wu
- ü หลัง j q x และ y ตัดจุดออก jü → ju, qüe → que, xüan → xuan, ü → yu แต่หลัง n และ l ต้องคงจุด เพราะ nǚ 女 (ผู้หญิง) ต่างจาก nǔ 努 และ lǜ 绿 (สีเขียว) ต่างจาก lù 路 (ถนน)
- ย่อ iou uei uen เป็น iu ui un เมื่อมีพยัญชนะต้น: l + iou → liu, g + uei → gui, d + uen → dun แต่เสียงกลางยังอยู่ ให้อ่านเต็มเสียง
| เสียงเต็ม | มีพยัญชนะต้น | ไม่มีพยัญชนะต้น |
|---|---|---|
| iou | liù 六 · jiǔ 九 | yǒu 有 |
| uei | guì 贵 · shuǐ 水 | wèi 位 |
| uen | dūn 吨 · chūn 春 | wèn 问 |
| ü | nǚ 女 · qù 去 | yú 鱼 |
จำง่ายๆ: j q x y ไม่เคยตามด้วยเสียง u แท้ๆ ดังนั้น u ที่เห็นหลังตัวเหล่านี้คือ ü เสมอ
เสียงเปลี่ยน: เสียง 3 ติดกัน 不 และ 一
วรรณยุกต์บางเสียงเปลี่ยนเมื่ออยู่หน้าพยางค์อื่น หนังสือส่วนใหญ่เขียนเสียงเดิมไว้ แล้วให้ผู้อ่านเปลี่ยนเองตอนพูด กฎที่ใช้ทุกวันมี 4 ข้อ
| กฎ | เปลี่ยนอย่างไร | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เสียง 3 + เสียง 3 | ตัวแรกพูดเป็นเสียง 2 | nǐ hǎo 你好 → ní hǎo · kěyǐ 可以 → kéyǐ · shuǐguǒ 水果 → shuíguǒ |
| ครึ่งเสียง 3 | หน้าเสียง 1 2 4 และเสียงเบา พูดแค่ส่วนต่ำ ไม่เชิดขึ้น | hěn gāo 很高 · hǎorén 好人 · hǎokàn 好看 · wǒmen 我们 |
| 不 bù (ไม่) | หน้าเสียง 4 เป็น bú นอกนั้นเป็น bù | bú shì 不是 · bú yào 不要 · bù hǎo 不好 · bù lái 不来 |
| 一 yī (หนึ่ง) | หน้าเสียง 4 เป็น yí หน้าเสียง 1 2 3 เป็น yì นับเลข ลำดับที่ และท้ายคำเป็น yī | yí gè 一个 · yíyàng 一样 · yì tiān 一天 · yìqǐ 一起 · dì-yī 第一 |
เสียงเบา และเสียง 儿 ม้วนลิ้น
เสียงเบาไม่มีเครื่องหมาย ออกเสียงสั้นและเบา ระดับเสียงขึ้นกับพยางค์ก่อนหน้า: หลังเสียง 1 ค่อนข้างต่ำ (māma 妈妈 แม่) หลังเสียง 2 อยู่กลาง (péngyou 朋友 เพื่อน) หลังเสียง 3 ค่อนข้างสูง (jiějie 姐姐 พี่สาว) และหลังเสียง 4 ต่ำสุด (xièxie 谢谢 ขอบคุณ) คำช่วยอย่าง ma 吗 ne 呢 de 的 le 了 เป็นเสียงเบาเสมอ
ในสำเนียงทางเหนือมักเติม r ท้ายพยางค์ (儿化) อ่านโดยม้วนลิ้นตอนจบ ไม่ได้เพิ่มพยางค์ เช่น nǎr 哪儿 ที่ไหน · zhèr 这儿 ที่นี่ · yìdiǎnr 一点儿 นิดหน่อย
10 จุดที่คนไทยออกเสียงพินอินผิดบ่อย
| พลาดบ่อย | ที่ถูก |
|---|---|
| อ่าน b d เป็น บ ด | b ≈ ป, d ≈ ต ไม่มีเสียงก้อง |
| เสียง 1 ต่ำเท่าเสียงสามัญ | ยกให้สูงกว่าเสียงพูดปกติ แล้วค้างไว้ |
| เสียง 3 ลงแล้วขึ้นทุกครั้ง | ในคำส่วนใหญ่พูดแค่ต่ำ และ 3 + 3 ตัวแรกเป็นเสียง 2 |
| อ่าน e เป็น เอ | e คือ เออ: hē ≈ เฮอ, gē ≈ เกอ (ยกเว้นใน ie üe ei) |
| อ่าน ü เป็น อู หรือ อี | ปากจู๋ค้างไว้ ลิ้นแบบ อี และ u หลัง j q x y คือ ü |
| อ่าน q x c แบบภาษาอังกฤษ | q ≈ ช พ่นลม, x ≈ ซ, c ≈ ช ลิ้นแตะฟัน พ่นลม |
| zh ch sh กับ z c s ฟังเหมือนกัน | zh ch sh ยกปลายลิ้นขึ้น z c s ปลายลิ้นอยู่หลังฟัน |
| อ่าน zhi chi shi เป็น จี ชี ซี | i หลัง zh ch sh r z c s คือเสียงคล้าย อือ |
| อ่าน iu ui un ตามตัวเขียน | มีเสียงแทรกที่ถูกย่อ: iu = iou, ui = uei, un = uen |
| ลงน้ำหนักทุกพยางค์เท่ากัน | พยางค์เสียงเบาสั้นและเบา และ r ไม่ใช่ ร รัวลิ้น ให้ม้วนลิ้นนุ่มๆ |
วิธีฝึกพินอินด้วยตัวเองใน 21 วัน
เรียนพินอินให้ได้ผลไม่ต้องท่องตาราง สิ่งที่ได้ผลคือเรียนทีละชุดทุกวัน ออกเสียงดังๆ ทุกครั้งที่อ่าน เขียนพร้อมเครื่องหมายวรรณยุกต์ และกลับมาทบทวนเป็นระยะ
- เริ่มจากวรรณยุกต์ วันแรกฝึก mā má mǎ mà จนแยกได้ วรรณยุกต์คือหัวใจของการออกเสียงภาษาจีน ถ้าเริ่มผิดจะแก้ยากภายหลัง
- วาดเส้นเสียงในอากาศ ขณะออกเสียงให้ลากนิ้วตามเส้นเสียง มือช่วยให้เสียงไปตามทาง
- ทดสอบลมด้วยกระดาษ ถือกระดาษบางๆ ไว้หน้าปาก พูด b d g กระดาษแทบไม่ไหว พูด p t k กระดาษต้องไหวชัด
- ใช้กระจก ดูว่าปากจู๋ค้างไว้ตอนพูด ü และปลายลิ้นยกขึ้นตอนพูด zh ch sh
- อ่านคู่เทียบ อ่านคู่ที่ต่างกันจุดเดียวสลับกัน เช่น bā–pā, zhī–zī, nǚ–nǔ, mǎi–mài
- อัดเสียงตัวเองแล้วฟังย้อน เทียบกับเส้นเสียง เสียง 1 ต้องไม่ตก เสียง 4 ต้องตกจริง
- เขียนพินอินด้วยมือพร้อมเครื่องหมาย เขียนบนเส้น 4 เส้นแบบที่เด็กจีนใช้ แล้วอ่านออกเสียงทุกครั้งที่เขียน
- ฟังเสียงจริงเมื่อมีโอกาส ให้ครูหรือคนที่พูดจีนกลางอ่านรายการคำให้ฟัง แล้วพูดตามทีละคำ
| ช่วง | เรียนอะไร |
|---|---|
| วันที่ 1–7 | วรรณยุกต์ 4 เสียงและเสียงเบา สระเดี่ยว พยัญชนะ 23 ตัว และ 16 พยางค์ที่อ่านทั้งพยางค์ ทบทวนวันที่ 7 |
| วันที่ 8–14 | สระผสม สระที่มีเสียง n และ ng ท้าย สระยาว ครบ 36 ตัว และตารางพินอิน ทบทวนวันที่ 14 |
| วันที่ 15–21 | วางเครื่องหมายวรรณยุกต์ กฎการสะกด เสียงเบา เสียงเปลี่ยน 3 + 3 不 一 คำและประโยคแรก และแบบทดสอบรวม |
เมื่ออ่านพินอินคล่องแล้ว ขั้นต่อไปคือเรียนอักษรจีนทีละตัวพร้อมพินอินกำกับ และฝึกฟังประโยคสั้นๆ ทุกวัน พินอินที่แม่นตั้งแต่ต้นจะทำให้ทุกขั้นหลังจากนี้เร็วขึ้น
ลองก่อนฟรี: บทเรียนวรรณยุกต์และหน้าฝึกเขียน
ตัวอย่าง 3 หน้าจากเล่มจริง มีปก บทเรียนวรรณยุกต์ 4 เสียงพร้อมแผนภาพเส้นเสียงและเสียงไทยใกล้เคียง และหน้าฝึกเขียนพินอินบนเส้น 4 เส้น กรอกอีเมลแล้วเราส่งลิงก์ดาวน์โหลดให้
ไฟล์ PDF พิมพ์ได้ ไม่ต้องสมัครหรือกรอกอีเมล
ดูคู่มือภาษาเล่มอื่นได้ที่หมวด ภาษา เช่น ฮิรางานะ–คาตาคานะ 30 วัน Tense ภาษาอังกฤษ เข้าใจในเล่มเดียว และคัดลายมือไทยให้สวย 21 วัน หรือดาวน์โหลดตัวอย่างฟรีจากทุกเล่ม

