สรุปสั้น: ตัวอักษรไทยมีอะไรบ้าง
ก่อนเริ่มสอนลูก ให้จำตัวเลขชุดนี้ไว้ เพราะเป็นภาพรวมที่โรงเรียนใช้สอน
- พยัญชนะ 44 ตัว ใช้จริงในปัจจุบัน 42 ตัว เพราะ ฃ ขวด และ ฅ คน เลิกใช้แล้ว แต่ยังต้องรู้จักเพราะอยู่ในลำดับ ก–ฮ
- สระ 21 รูป 32 เสียง รูปคือเครื่องหมายที่เขียน เสียงคือเสียงที่อ่านออกมา สระหนึ่งเสียงอาจใช้หลายรูปประกอบกัน เช่น สระ เอือ ใช้ไม้หน้า พินทุ์อิ ฟันหนู และตัวออ รวม 4 รูป
- วรรณยุกต์ 4 รูป 5 เสียง รูป อ่ อ้ อ๊ อ๋ และเสียง สามัญ เอก โท ตรี จัตวา
เด็กเล็กไม่จำเป็นต้องจำตัวเลขเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ อ่านออกเสียงได้ และเขียนถูกหัว ถูกทิศ ตัวเลขมีไว้ให้ผู้ใหญ่วางแผนว่าต้องสอนอะไรบ้าง
ตารางสระภาษาไทย 32 เสียง พร้อมคำตัวอย่าง
สระไทยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ สระเดี่ยว 18 เสียง สระประสม 6 เสียง และ สระเกิน 8 เสียง รวมเป็น 32 เสียง สระเดี่ยวและสระประสมจับคู่กันเป็นเสียงสั้นกับเสียงยาว สอนเป็นคู่จะจำง่ายกว่าสอนทีละตัว
| เสียงสั้น | คำตัวอย่าง | เสียงยาว | คำตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| อะ | จะ, กะทิ | อา | ตา, มา |
| อิ | มิตร, ติ | อี | ดี, ปี |
| อึ | ตึก, หึ | อือ | มือ, ถือ |
| อุ | ดุ, ลุ | อู | ปู, งู |
| เอะ | เตะ, เละ | เอ | เล, เท |
| แอะ | แกะ, แพะ | แอ | แม, แพ |
| โอะ | โต๊ะ, โละ | โอ | โต, โบ |
| เอาะ | เกาะ, เจาะ | ออ | จอ, พอ |
| เออะ | เลอะ, เจอะ | เออ | เธอ, เจอ |
| เสียงสั้น | คำตัวอย่าง | เสียงยาว | คำตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| เอียะ | เกี๊ยะ, เผียะ | เอีย | เสีย, เปีย |
| เอือะ | (พบน้อยมาก) | เอือ | เสือ, เรือ |
| อัวะ | ผัวะ, จั๊วะ | อัว | วัว, ตัว |
| สระ | คำตัวอย่าง |
|---|---|
| อำ | น้ำ, ขำ |
| ใอ | ใจ, ใบ |
| ไอ | ไก่, ไฟ |
| เอา | เขา, เต่า |
| ฤ | ฤดู, พฤกษา |
| ฤๅ | ฤๅษี |
| ฦ | (ไม่ใช้ในปัจจุบัน) |
| ฦๅ | ฦๅชา (คำโบราณ) |
เคล็ดลับ: สระ ใ (ไม้ม้วน) ใช้แค่ 20 คำ เช่น ใจ ใช่ ใด ใต้ ใบ ใส่ ใหญ่ ใหม่ นอกนั้นใช้ ไ (ไม้มลาย) เกือบทั้งหมด ถ้าลูกสับสน ให้ท่องกลอนไม้ม้วน 20 คำ ซึ่งมีหลายสำนวนให้เลือกใช้
รูปสระ 21 รูป คืออะไร
“รูป” คือเครื่องหมายแต่ละชิ้นที่ใช้ประกอบเป็นสระ ครูบางท่านสอนชื่อรูปตั้งแต่อนุบาล บางท่านรอถึง ป.1 ถ้าลูกยังเล็ก เน้นเสียงก่อน ชื่อรูปค่อยตามมา
ชื่อรูปสระทั้ง 21 รูป (ตัว อ ในตารางเป็นแค่ตัวรองรับให้เห็นตำแหน่ง)
| รูป | ชื่อ | รูป | ชื่อ | รูป | ชื่อ |
|---|---|---|---|---|---|
| อะ | วิสรรชนีย์ | อั | ไม้หันอากาศ | อ็ | ไม้ไต่คู้ |
| อา | ลากข้าง | อิ | พินทุ์อิ | อ่ | ฝนทอง (ใน อี) |
| อํ | นฤคหิต | อื | ฟันหนู (ใน อือ) | อุ | ตีนเหยียด |
| อู | ตีนคู้ | เ | ไม้หน้า | ใ | ไม้ม้วน |
| ไ | ไม้มลาย | โ | ไม้โอ | อ | ตัวออ |
| ย | ตัวยอ | ว | ตัววอ | ฤ | ตัวรึ |
| ฤๅ | ตัวรือ | ฦ | ตัวลึ | ฦๅ | ตัวลือ |
พยัญชนะ ก–ฮ 44 ตัว และไตรยางศ์
ไตรยางศ์คือการแบ่งพยัญชนะเป็น 3 หมู่ตามเสียงวรรณยุกต์ เด็กเล็กยังไม่ต้องใช้เรื่องนี้ แต่พ่อแม่ควรรู้ไว้ เพราะ ป.1–ป.2 จะเริ่มเรียนผันวรรณยุกต์ และกลอนช่วยจำด้านล่างเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
| หมู่ | พยัญชนะ | กลอนช่วยจำ |
|---|---|---|
| อักษรกลาง 9 ตัว | ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ | ไก่ จิก เด็ก ตาย (เฎ็ก ฏาย) บน ปาก โอ่ง |
| อักษรสูง 11 ตัว | ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห | ผี ฝาก ถุง ข้าว สาร ให้ ฉัน |
| อักษรต่ำ 24 ตัว | ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ | ตัวที่เหลือทั้งหมด |
ลูกพร้อมหัดเขียนหรือยัง
เด็กส่วนใหญ่เริ่มเขียนตัวอักษรได้ดีในช่วงอนุบาล 2–3 แต่สิ่งที่บอกความพร้อมได้ดีกว่าอายุ คือสัญญาณเหล่านี้
- จับดินสอด้วยนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางได้ ไม่กำทั้งมือ
- ลากเส้นตรง เส้นเฉียง และวงกลมได้ใกล้เคียงแบบ
- นั่งทำกิจกรรมโต๊ะได้อย่างน้อย 10 นาที
- รู้จักชื่อตัวอักษรอย่างน้อยบางตัว เช่น ตัวแรกของชื่อตัวเอง
ถ้ายังไม่ครบ ไม่ต้องรีบ เล่นปั้นดินน้ำมัน ระบายสี ตัดกระดาษ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อมือได้ดีกว่าบังคับเขียน
วิธีสอนคัด ก–ฮ ที่ได้ผล
1. เริ่มที่หัวเสมอ
พยัญชนะไทยเกือบทุกตัวมี “หัว” เป็นวงกลมเล็กๆ และ ต้องเริ่มเขียนจากหัว แล้วลากต่อไปจนจบโดยไม่ยกดินสอ ยกเว้น ก และ ธ ที่ไม่มีหัว ให้เริ่มจากด้านล่าง ให้ลูกชี้หัวก่อนลงมือทุกครั้ง แล้วถามว่า “หัวอยู่ข้างในหรือข้างนอก” เพราะ ภ กับ ถ หรือ ด กับ ค ต่างกันที่ตำแหน่งหัวและทิศที่ลากเส้น
2. ลากนิ้ว → ลากตามจุด → เขียนเอง
แต่ละตัวอักษรให้ฝึกเป็นขั้น เริ่มจากลากนิ้วตามตัวใหญ่ 2–3 รอบ แล้วจับดินสอลากตามจุด ต่อด้วยแถวที่มีแค่จุดเริ่ม สุดท้ายคือเขียนเองทั้งแถว การลดตัวช่วยทีละน้อยทำให้เด็กไม่รู้สึกว่ายากขึ้นทันที
3. พูดชื่อตัวอักษรขณะเขียน
ให้ลูกพูด “ก ไก่” ขณะเขียน ก การได้ยิน เห็น และขยับมือพร้อมกันช่วยให้จำได้นานกว่าเขียนเงียบๆ
4. ชี้ความต่างของตัวที่หน้าตาคล้ายกัน
คู่ที่เด็กสับสนบ่อย ได้แก่ บ–ป, ผ–ฝ, พ–ฟ, ถ–ภ, ข–ช, ช–ซ, ด–ต, ม–น, ค–ศ, ล–ส และ อ–ฮ เมื่อถึงตัวที่สองของคู่ ให้ชี้จุดที่ต่างกัน เช่น ป มีหางยาวขึ้นไปเหนือเส้นบน หรือ ถ หัวม้วนเข้าข้างใน ภ หัวม้วนออกข้างนอก แล้วเล่นเกม “หัวอยู่ไหน” ก่อนเริ่มเขียน
5. ท่านั่งและดินสอ
นั่งให้เท้าแตะพื้น หลังตรง กระดาษเอียงเล็กน้อยตามมือที่เขียน จับดินสอด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ มีนิ้วกลางรองข้างใต้ ห่างปลายดินสอประมาณ 2–3 เซนติเมตร มืออีกข้างกดกระดาษไว้ สำหรับมือเล็ก ดินสอแท่งอ้วน แท่งสามเหลี่ยม หรือสีเทียนจะจับง่ายกว่า
แผน 30 วัน (วันละ 10–15 นาที วันละ 2 หน้า)
| วัน | ฝึกอะไร | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| ก่อนวันที่ 1 | อุ่นมือ: ลากเส้นตรง เส้นเฉียง เส้นโค้ง และวงหัว | คุมดินสอได้ เริ่มและหยุดตรงจุด |
| 1–22 | พยัญชนะวันละ 2 ตัว เรียงตาม ก–ฮ | เขียนถูกหัว ถูกทิศ พูดชื่อได้ |
| 23–30 | สระวันละ 2 ชุด พร้อมคำตัวอย่าง (รวม 15 ชุด) | วางสระถูกตำแหน่ง บน ล่าง หน้า หลัง |
| 30 | วรรณยุกต์ 4 รูป และทบทวน ก–ฮ เขียนเองทั้งหมด | ภูมิใจในสิ่งที่ทำได้ |
| โบนัส | อ่านและเขียนคำแรก | อ่านและเขียนคำสั้นได้ |
แผนนี้ยืดหยุ่นได้ เด็กเล็กราว 4 ขวบทำวันละหน้าเดียวแล้วยืดเป็น 60 วันก็ได้ ถ้าลูกยังไม่คล่อง ทำวันเดิมซ้ำได้เลย การทำทุกวันวันละนิดได้ผลกว่าทำวันละหลายหน้าแต่สัปดาห์ละครั้ง
ลองก่อนฟรี: หน้า ก ไก่ และสระอะ–อา
แบบฝึกตัวอย่าง 3 หน้า มีวิธีใช้ หน้า ก ไก่ และสระชุดแรก พร้อมจุดสีส้มบอกจุดเริ่ม พิมพ์ได้ทันที
ไฟล์ PDF พิมพ์ได้ ไม่ต้องสมัครหรือกรอกอีเมล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีแก้
- เริ่มเขียนจากหาง ตัวอักษรอาจดูคล้าย แต่จะเขียนเร็วและสวยไม่ได้ ให้กลับไปฝึกแบบลากเส้นที่มีจุดเริ่มกำกับ
- หัวกลับด้าน เช่น เขียน ด ให้หัวออกด้านนอก ชี้ให้ดูแบบและถามว่าหัวอยู่ทางไหน ก่อนเขียนทุกครั้ง
- ตัวใหญ่เกินเส้น ใช้กระดาษที่มีเส้นบรรทัดชัด และเริ่มจากช่องใหญ่ก่อนค่อยย่อลง
- กดดินสอแรงจนมือเมื่อย เปลี่ยนเป็นดินสอไส้นิ่ม และให้พักเขย่ามือทุก 5 นาที
- ฝึกนานเกินไป เด็กเล็กมีสมาธิสั้น หยุดตอนที่ยังสนุกอยู่ พรุ่งนี้จะอยากทำต่อ
- แก้ทุกตัว เลือกชมตัวที่ดีที่สุดในแถวอย่างเจาะจง เช่น “ตัวนี้หัวกลมสวยมาก” แล้วค่อยแก้แค่จุดเดียว
- ข้ามการอ่าน เขียนได้แต่อ่านไม่ออกไม่ช่วยอะไร ปิดท้ายทุกวันด้วยการอ่านสิ่งที่เขียนออกเสียง

